Symposium Thailand 4.0 Fintech & Cryptocurrency vs Law Enforcement

Symposium Thailand 4.0

Fintech & Cryptocurrency vs Law Enforcement

นโยบายของรัฐบาลที่จะนำพาการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ให้ก้าวเข้าสู่ความเป็นไทยแลนด์ 4.0 ตามหลักการ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” นั้น จำเป็นต้องสามารถรับมือกับภัยคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ ของสังคมดิจิทัลที่มีมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่แต่เฉพาะการรับมือทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศแต่เพียงอย่างเดียว การบังคับใช้กฎหมายก็เป็นความจำเป็นอย่างมากที่ทุกประเทศรวมถึงประเทศไทยจะต้องสามารถบริหารเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ภายใต้ระบบของนวัตกรรมคอมพิวเตอร์ และระบบ Telecommunication สมัยใหม่ต้องประกอบกับการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพในทุกระบบของการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นระบบ B2B (Business to Business) ผู้ประกอบการ กับ ผู้ประกอบการ  B2C (Business to Consumer) ผู้ประกอบการ กับ ผู้บริโภค  C2C (Consumer to Consumer) ผู้บริโภค กับ ผู้บริโภค  G2C (Government to Consumer) ภาครัฐ กับ ประชาชน  B2G (Business to Government) ผู้ประกอบการ กับ ภาครัฐ  และรวมถึงระบบ G2G (Government to Government) ภาครัฐ กับ ภาครัฐ ด้วย

ที่สำคัญที่สุดก็คือการที่ทุกประเทศยอมรับเทคโนโลยีการชำระเงิน Fintech แบบใหม่และส่งผลต่อระบบการบริหารเงินตราในทุกประเทศ ทั้งมีผลกระทบต่อธุรกิจการเงินการธนาคารและการลงทุนอย่างสำคัญ สังคมไร้เงินสด Cashless Society จะเกิดขึ้นได้ประชาชนคนไทยต้องเข้าใจผลดีผลเสียของนวัตกรรมใหม่ที่จะนำมาใช้ในรูปของการชำระเงินแทนธนบัตรหรือเงินตราในปัจจุบันเป็นอย่างดี ต้องเรียนรู้ถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนให้มีความชัดเจน ในปัจจุบันระบบการชำระเงินที่ผ่านการสื่อสารและระบบคอมพิวเตอร์ที่ต่อเชื่อมกัน เกิดนวัตกรรมขึ้นใหม่ในรูปของ Cryptocurrency หรือเรียกว่า “สกุลเงินที่เข้ารหัส” ก็ยังเป็นปัญหาทางกฎหมายมีเพียงบางประเทศยอมรับและอีกหลายประเทศก็ไม่ยอมรับว่า Cryptocurrency นี้เป็นเงินตราที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย  แต่ในขณะเดียวกันพัฒนาการของการใช้ก็แพร่หลายออกไปนับเป็นสกุลเงินตรามากมาย ความจำเป็นที่จะต้องพิเคราะห์ว่าจะเป็นเงินตราหรืออย่างที่รัฐบาลกำลังจะพิจารณาปรับให้เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล สามารถใช้เป็นเงินลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีที่สร้างระบบการเงินในรูปแบบต่าง ๆ ของระบบธุรกรรมทางด้าน Fintech และระบบ Cryptocurrency  ขึ้นในปัจจุบันจึงเป็นภารกิจที่สำคัญที่หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นกิจการ สถาบันการเงิน และธนาคารหลัก รวมถึงกิจการที่ไม่ใช่สถาบันการเงินก็ยังต้องระมัดระวังถึงภัยคุกคามและอาชญากรรมต่าง ๆ ทางคอมพิวเตอร์ที่อาจส่งผลกระทบได้อย่างกว้างขวางเป็นอันตรายต่อการลงทุนและระบบบริหารการเงินอย่างมากดังที่เห็นเป็นตัวอย่างเกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ

มูลนิธินิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กองทุนศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะนิติศาสตร์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างเสริมความเข้าใจและป้องกันภัยคุกคามในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลให้ได้ผล จึงเห็นสมควรจัด Symposium ในรูปแบบใหม่ที่ประสงค์จะให้ผู้เข้าสัมมนาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนราชการและภาคเอกชนได้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ในการดำเนินการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่สำคัญที่สุดคือการบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทยและหลักเกณฑ์ของการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีผลต่อระบบเศรษฐกิจใหม่ของทุกประเทศ การเตรียมพร้อมประกอบการศึกษา การบังคับใช้กฎหมายที่ดีย่อมจะก่อให้เกิดผลดีต่อการดำเนินการทางเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน ซึ่งมูลนิธินิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กองทุนศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะนิติศาสตร์ ได้จัดงานสัมมนาทางวิชาการในหัวข้อ “Fintech & Cryptocurrency vs. Law Enforcement” ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม 2561 เวลา 8.30 – 16.30 น. ณ ห้องคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfxqJa0yPULND5AkZxbeIEOingfsSWzBouCdbyL2hycsGc6Lg/viewform หรือสแกน QR Code

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่มูลนิธินิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โทร. 02-623-5349, 02-613-2166 E-mail: Tulaw.tlf@gmail.com

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

E-mail : knews1999@gmail.com: carshowsociety@gmail.com: ceosociety1998@gmail.com
Tel : 084-659-4999,099-973-9969ทีมงาน สำนักข่าวกรุงเทพ และ www.carshowsociety.com ได้ประชาสัมพันธ์ข่าวให้แล้วนะคะ และช่วยกดไลค์ให้หน่อยนะคะ เพื่อเป็นกำลังใจแก่ทีมงานค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *